วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2552



ศึกษาการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชคลุม Calopogonium caeruleumในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนStudy Producing Calopogonium caeruleum Seed In Upper Northeast

อนุสรณ์ แรมลี สุทธาชีพ ศุภเกษร นภาวรรณ เลขะวิพัฒน์
สมบูรณ์ ภูจอมดาว ปัทมา เพ็ชรสุวรรณ์ เพชรรัตน์ พลชา
ศูนย์วิจัยยางหนองคาย/กลุ่มวิจัยและพัฒนาการผลิตยาง สถาบันวิจัยยาง
บทคัดย่อ
จากการศึกษาการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชคลุมซีรูเลียม ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน วางแผนการทดลองแบบ Split plot design 7 ซ้ำ ประกอบด้วย Main Plot 2 วิธีการ (ให้น้ำและไม่ให้น้ำช่วงออกดอกติดฝัก), Sub plot 2 วิธีการ (มีค้างและไม่มีค้าง) ทำการทดลองทีศูนย์วิจัยยางหนองคาย กิ่งอ.รัตนวาปี จ.หนองคาย ในระหว่างปี 2541 - 2542 พบว่าทุกวิธีการมีการเจริญเติบโตไม่แตกต่างกันในทางสถิติ การออกดอกทุกวิธีการออกดอกไม่แตกต่างกัน สำหรับวิธีการให้น้ำและไม่ให้น้ำในช่วงออกดอกและติดฝัก ไม่มีผลต่อการให้ผลผลิตของเมล็ด แต่วิธีการทำค้างมีจำนวนฝักและผลผลิตเมล็ดดีสูงกว่าการไม่ทำค้างแตกต่างทางสถิติ คือ 79.6 ฝัก และ 336.8 ฝัก, 1.05 และ 0.14 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับจากการทดลองนี้พอสรุปได้ว่าไม่สามารถปลูกเพื่อผลิตเมล็ดได้ เนื่องจากหน้าดินตื้นและมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำเกินไป การปลูกซีรูเลียมเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ประการแรกที่ควรพิจารณา คือความลึกของหน้าดิน ประการต่อมาคือควรมีความอุดมสมบูรณ์ของดินบ้าง จากเหตุผลทั้ง 2 ประการ จะช่วยให้มีความชื้นเพียงพอต่อการติดเมล้ดและสร้างฝัก
จนถึงปี 2541 พบว่ามีชาวสวนยางปลูกยางอยู่กระจัดกระจายใน 19 จังหวัด คือ บุรีรัมย์ 42,238 ไร่ นครราชสีมา 2,663 ไร่ สุรินทร์ 14,404 ไร่ ศรีสะเกษ 24,654 ไร่ อุบลราชธานี 25,141 ไร่ ยโสธร 8,146 ไร่ อำนาจเจริญ 2,554 ไร่ ขอนแก่น 6,061 ไร่ มหาสารคาม 1,558 ไร่ ร้อยเอ็ด 5,564 ไร่ กาฬสินธ์ 14,659 ไร่ มุกดาหาร 14,147 ไร่ ชัยภูมิ 4,997 ไร่ อุดรธานี 29,612 ไร่ เลย 29,518 ไร่ สกลนคร 18,534 ไร่ นครพนม 17,735 ไร่ และหนองบัวลำภู 3,511 ไร่ รวมเป็นพื้นที่348,082 ไร่ มีพื้นที่กรีด 55,042 ไร่ หรือร้อยละ 15 ผลผลิตรวมปีละ 7,317 ตัน คิดเป็นผลผลิตเพียง 132 กิโลกรัม/ไร่/ปี ทั้งนี้เพราะส่วนมากเป็นยางเพิ่มเริ่มเปิดกรีด
ที่มา : http://www.blogger.com/www.doa.go.th/web-itc/library/libarary/rubber37-46/landuse.pdf

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

การใส่ปุ๋ยปลายฝน






สำหรับการใส่ปุ๋ยบำรุง ช่วงยางพาราแตกใบอ่อน หากเป็นต้นยางที่จะต้องผลัดใบแต่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ให้ผลผลิต( 4-6 ปี) การใส่ปุ๋ยปลายฤดูฝนก่อนยางผลัดใบ จะทำให้ต้นยางมีอาหารทั้งในลำต้นและในดินพร้อม เมื่อยางผลัดใบ-ผลิใบใหม่ ใบยางก็จะมีการเจริญเติบโตกลายเป็นใบเพสลาดหรือใบแก่ที่รวดเร็ว หากมีโรคราแป้งหรือโรคใบร่วงจากเชื้อราออยเดียม ระบาดในช่วงนั้น ต้นยางเหล่านั้นก็อาจจะรอดพ้นได้เนื่องจากพ้นระยะใบอ่อนไปก่อนแล้ว ทำให้ไม่ต้องเจอกับภาวะที่เป็น "ใบร่วงครั้งที่ 2" ซึ่งการผลิใบรอบสองจะช้าและกินเวลามากพอควร ส่งผลให้การเจริญเติบโตก็ชะงักไปด้วย ถ้าต้นฝนแนะนำให้ใช้ปุ๋ยนำชีวภาพร่วมกับปุ๋ยคอกเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์โดยเฉพาะดินขาดอินทรีย์วัตถุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแต่ต้องใส่ในช่วงที่ดินมีความชื้นอยู่


ที่มาส่วนหนึ่งจาก http://www.live-rubber.com/

เพอราเรียพืชคลุมดินที่มีศักยภาพในแข่งขันสูง(High competition)














เพอราเรีย (Pueraria phaseoloides) เป็นพืชคลุมดินที่เจริญเติบโตค่อนข้างเร็วสามารถคลุมพื้นที่ทั้งหมดหลังปลูกภายใน 5-6 เดือน คลุมดินได้ดีเมื่ออายุเกิน 2 ปี ควบคุมวัชพืชได้ดีกว่าพืชคลุมดินอื่นอยู่ภายใต้ร่มเงาได้ดี ใบใหญ่หนา เมล็ดเล็กค่อนข้างกลม ยาว สีน้ำตาลแก่มีเมล็ดประมาณ 76,000 เมล็ดต่อกิโลกรัม จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการปลูกนอกจากการหาแต่เมล็ดซีรูเลียมซึ่งหาเมล็ดได้ยากกว่ากันหลายเท่า และจากการทดลองปลูกพบว่าเพอราเรียมีศักยภาพในการแข่งขันกับวัชพืชสูงกว่าซีรูเลียม และเลื้อยคลุมดินได้ดีกว่าด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะพื้นที่ดินไม่อุดมสมบูรณ์ และเก็บความชื้นไม่ค่อยได้ ยังไงก็สามารถออกดอกติดเมล็ดได้เสมอ เพียงแต่ว่าต้องคอยรีบเก็บเมล็ดให้ดีไม่เช่นนั้นแล้วประมาณกลางเดือนมกราคม เมื่อแดดร้อนจัดฝักสีดำจะแตกดีดเมล็ดทิ้งจนเก็บเกี่ยวไม่ทันเลยนะขอบอก

วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

การเก็บเกี่ยวผลผลิตซีรูเลียม















หลังจากปลูก 1 ปีเริ่มให้ผลผลิตครั้งแรก
โดยสังเกตสีของฝักเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล
•ต้องทยอยเก็บเฉพาะฝักแก่ ใช้กรรไกรตัด กิ่งหนีบโคนช่อฝัก
•นำฝักไปตากแดด ประมาณ 4 แดด เมล็ดจะดีดออกจากฝัก
•ใช้กระด้งฝัดและ พัดลมเป่าเศษเปลือกและสิ่งเจือปนออกให้หมด
•เก็บใส่ถุงพลาสติกมัดมากถุงให้เรียบร้อย ไม่ให้เกิดความชื้น
รูปภาพ ที่แสดง
•ฝักหลังเก็บเกี่ยวใส่กระสอบปุ๋ย
•อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ

การบำรุงรักษาต้นถั่วซีรูเลียม











•ใส่ปุ๋ยหินฟอสเฟตหลังจากปลูกพืชคลุม 1-2 เดือน อัตรา 15 ก.ก./ไร่
•ใส่ปุ๋ยบำรุงสูตร 15-15-15 ผสมกับปุ๋ยคอกอัตรา ปุ๋ยเคมี 15 ก.ก. + ปุ๋ยคอก ๓๐ ก.ก.ต่อไร่ โดยการหว่าน ปีละ2 ครั้ง กลางฤดูฝนและก่อนติดดอก
•เมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จให้ไถ 2 แถบริมแถวยางเพื่อตัดเถาแห้งกลบและป้องกันไฟ และเป็นการทำสาวเพื่อให้ reproductive แต่ต้องไม่ไถตรงโคนต้น ถั่ว
•หากต้องการผลผลิตสูงพ่นด้วย paclobutrazole ความเข้มข้น 500 ppm เมื่อผ่านช่วงแล้ง 20 วัน และเริ่มหนาว
•พ่นปุ๋ยสูตรคีเลท(แคลเซียม+โบรอน+ไนโตรเจน+อะมิโนแอซิด)15 ซีซี ต่อน้ำ 10 ลิตรในช่วงออกดอกและติดฝัก 2 ครั้ง
•หากมีแมลงทำลายดอกและฝัก ป้องกันกำจัดโดยพ่นสารกำจัดแมลง 1-2 ครั้ง

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปลูกพืชคลุมซีรูเลียม







การวางแผนกำหนดช่วงระยะเวลาในการปลูกที่เหมาะสมก็มีความสำคัญ เพราะว่าในเขตพื้นที่ปลูกยางใหม่ มีช่วงฤดูฝนเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น ถ้าปลูกล่าช้าแล้วจะทำให้การเลื้อยของเถาถั่วไม่ทันที่จะคลุมได้เต็มพื้นที่ก็เข้าสู่ช่วงแล้งเสียก่อนทำให้ชะงักการเจริญเติบโต สู้วัชพืชไม่ได้จากการทดลอง และศึกษาจากการปลูกในพื้นที่จริงของเกษตรกรในเขตอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ พบว่าสามารถกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปลูกได้ดังนี้

ระยะการเพาะต้นกล้า ตั้งแต่เดือนเมษายน ถึง เดือนมิถุนายน
ระยะการปลูก ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน ถึงต้นเดือนสิงหาคม
ระยะเจริญเติบโต ตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม ถึงเดือนพฤศจิกายน
ระยะเริ่มออกดอกและติดฝัก ตั้งแต่เดือนธันวาคม ถึง เดือนกุมภาพันธ์
ระยะฝักแก่และเก็บเกี่ยว ตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนมีนาคม
ทั้งนี้ระยะเวลาในการเจริญเติบโตโดยเฉพาะช่วงเวลาการติดดอก ในแต่ละปีอาจจะเลื่อนช้าออกไปหรือเร็วขึ้นได้ตามช่วงแสงที่ต้นถั่วได้รับในแต่ละวัน นั้นคือถ้าพูดภาษาชาวบ้านก็แล้วแต่ความหนาวจะมาเยือนเร็วหรือไม่นั่นเอง

วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

วิธีการปลูกพืชคลุมดินซีรูเลียมและข้อเสนอแนะ





เมล็ดพืชคลุมชนิดนี้ในระยะแรกจะเจริญ เติบโตค่อนข้างช้า อาจจะเจริญเติบโตสู้วัชพืชไม่ได้จึงจำเป็นต้องเตรียมพื้นที่ให้ดี ควรจะไถพรวนและฉีดยาและคุมวัชพืชด้วยก่อนการปลูกพืชคลุม
แช่เมล็ดพืชคลุมด้วยน้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 75 องศาเซลเซียส เวลา 12- 24 ชั่วโมง เทน้ำที่แช่ทิ้งแล้วห่อผ้าให้เมล็ดหมาดๆ แล้วจึงคลุกกับปุ๋ยหินฟอสเฟต(0-3-0) นำไปปลูกต้นฤดูฝน และควรปลูกให้หมดในแต่ละครั้ง แต่ถ้าใช้วิธีเพาะชำในถุงเพาะชำขนาด 2x4 นิ้ว ไว้


ก่อนนำไปปลูกสามารถคัดเลือกเฉพาะเมล็ดที่อมน้ำและเปลือกนิ่มแล้ว โดยสังเกตได้จากเมล็ดมีขนาดพองโตขึ้นมาก นำไปหยอดในถุงชำ ถุงละ 2-3 เมล็ด ส่วนเมล็ดที่ยังแข็งอยู่ เรานำไปแช่น้ำอุ่นซ้ำโดยวิธีเดิมอีกรอบ จะได้เมล็ดพร้อมปลูกเพิ่มอีกมาก และเป็นการเพาะเมล็ดที่คุ้มค่ากับราคาเมล็ดที่ซื้อมาในราคาแพงอีกด้วย
ควรปลูกพืชคลุมห่างจากแถวยาง 2 เมตร ขึ้นไป และปลูกพืชคลุมเพียง 2-3 แถวโดยการปลูกเป็นหลุมห่างกันหลุมละ 50-75 เซนติเมตร ลึก 1-2 นิ้ว ใช้เมล็ดซีรูเลียม 2-3 เมล็ด/หลุม การปลูกตามวิธีนี้เมล็ดพืชคลุม 1 กิโลกรัมสามารถปลูกในสวนยางได้ประมาณ 4-5 ไร่ เมล็ดพืชคลุม ซีรูเลียม ราคากิโลกรัมละประมาณ 300 -450 บาท สามารถสอบถามจากสมาชิกที่ร่วมโครงการปลูกซีรูเลียมแล้วประสบผลสำเร็จ เช่นศูนย์ปฏิบัติการสงเคราะห์สวนยางจังหวัดชัยภูมิ ๐-๔๔๘๑-๓๓๑๔ หรือ ศูนย์ปฏิบัติการสงเคราะห์สวนยางจังหวัดสุโขทัย เป็นต้น