วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2551

การปลูกยางในลาว


"เฉลิมพล พงศ์ฉบับนภา" ทูตพาณิชย์ไทยในลาว ฟันธงอนาคตลาวเศรษฐกิจลาวสดใส หลังเส้นทาง R3 ก่อสร้างแล้วเสร็จในปีหน้า แนะนักธุรกิจไทยหาลู่ทางเข้าลงทุน หลังพบจีนและเวียดนาม กำลังก้าวขึ้นเป็นคู่ค้าสำคัญของลาวแทนไทย
นายเฉลิมพล พงศ์ฉบับนภา อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ นครเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในส.ป.ป.ลาวมานานกว่า 3 ปี ระบุว่า ในอดีตส.ป.ป.ลาวค้าขาย มีไทยเป็นคู่ค้าหลัก เพราะลาวไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่เมื่อมีการเชื่อมโยงถนนระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ทำให้ลาวมีช่องทางที่จะทำการค้ากับประเทศคู่ค้าอื่นๆ มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะจีนและเวียดนาม ที่มุ่งเข้ามาลงทุนในลาวมากขึ้น
"วันนี้จีน มีการสนับสนุนด้านงบประมาณ ให้ทุนการศึกษากับนักศึกษาลาวไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่ประเทศจีนปีละไม่ต่ำกว่า 100 คน เมื่อนักศึกษาเหล่านี้เรียนจบแล้ว ก็กลับมาทำงานให้นักลงทุนจีนที่ประเทศลาว เป็นการสร้างคอนเนคชั่น"
ขณะที่ประเทศไทย แม้จะมีโครงการคอนแทรคฟาร์มมิ่ง โดยส่งเสริมให้เกษตรกรลาวปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อย ฯลฯ แต่พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ อย่างยางพารา และข้าว กลับไม่ส่งเสริมให้ลาวปลูก เพราะเกรงว่าอนาคตลาวจะกลายเป็นคู่แข่งของไทย ซึ่งน่าจะเป็นมุมมองที่ผิด ต่างจากจีนและเวียดนาม ที่เข้าไปส่งเสริมการปลูกยางพาราในลาวอย่างเต็มที่

ไม่มีความคิดเห็น: